MiniReview – Resident Evil 4 [PC, Completed]


  • ใครเคยเล่นเกมนี้มาก่อน แนะนำให้เล่นโหมด Hardcore เล่นแล้วลุ้นระทึกใจเต้นตลอดเวลากลัวเล่นไม่จบมาก
  • RE Engine ยังเทพเหมือนเดิม ภาพในเกมสวยมากและไม่กระตุกด้วยยกเว้นเงาสะท้อนในน้ำดูประหลาดเหลือเกิน
  • การเพิ่มมีดมาเป็นระบบที่มหัศจรรย์มาก โดยตัวมีดได้เพิ่มสกิลเหนือมนุษย์ ให้กับ Leon เช่น การ parry การโจมตี แต่มีดก็สามารถสึกหรอได้ไม่สามารถใช้ได้ตลอด ทำให้มี Resource ที่ต้องบริหารเพิ่ม
  • การเคลื่อนที่ของ Leon ไวและลื่นไหลมากขึ้น แต่ก็ตามมาด้วยซอมบี้ที่ไวแบบกระเหี้ยนกระหือรืออยากฆ่าเราเหมือนกัน
  • การวางจังหวะ pacing ถือว่าทำได้ดีเล่นแล้วเหนื่อยรู้สึกปางตายกดดันตลอดเวลา แต่เล่นนานๆ ไม่ได้เพราะเหนื่อย (หรือกูแก่วะ)
  • ไม่มี QTE ไร้สาระแล้ว เพิ่มความสนุกเข้าไปอีก
  • อยากให้ซุ้มยิงปืนมีถี่มากกว่านี้ ตอนเล่นไม่มีเวลาเลยต้อง skip ไปหลายจุด
  • ถึงแม้จะน้อยลง แต่น้อง Ashley ยังเป็นน้องภาระเหมือนเดิมและทำให้หงุดหงิดในหลายจุด แต่ก็ยังเพิ่มความระทึกให้กับเกม
  • ตอนท้ายเกมมันแผ่วๆ ยังไงไม่รู้ รู้สึกว่ามันเนิบกว่าทั้งเกมทั้งที่ตรงนี้ควรมันส์สุดๆ
  • Content หายไปเยอะพอสมควรบาง area โดนตัดทิ้งหายไปเลย
  • เสียง ada eng ฟังแล้วแปลกๆ จั๊กจี้หูยังไงไม่รู้ ดูไม่ค่อยเข้ากับตัวละครเท่าไหร่ นอกนั้นโอเคหมด
  • กว่าจะจบรอบแรกล่อไป 28 ชั่วโมง โคตรคุ้ม (คนเล่นเก่งๆไม่น่าช้าแบบบูม) ใครอยากเก็บ Achievements ก็จัดต่อยาวๆ ได้เป็น 100 ชั่วโมง

Score: 10/10

RE4 Remake เป็นเกมที่เข้าใจหัวใจของเกมของตัวเอง และรู้ว่าจะต้องทำยังไงให้เกมสนุกขึ้นโดยไม่ต้องเสียตัวตนของเกมไป ถึงแม้เนื้อหาบางอันจะหายจนลดความสนุกไปบ้าง แต่โดยรวมถือว่าเป็นเกมที่คุ้มราคาแม้ซื้อในราคาเต็มครับ

MiniReview – Hogwarts Legacy เปิดตำนานจอมมหาเวทย์แห่งฮอกวอตส์ [PC, Completed แหละ]


  • เท่าที่สัมผัสด้วยตัวเองรู้สึกว่าตัวเกมไม่มีเนื้อหาเหยียดเพศ เหหยียดผิว หรือเชื้อชาติเลย แถมยังมีการนำเสนอ NPC ข้ามเพศที่คิดว่าทำได้ดี (ถึงแม้จะรู้ว่าใส่มากันโดนด่า)
  • เกมอุดมไปด้วย content สำหรับแฟน Harry Potter รายละเอียดใน Hogwarts นี่จัดเต็ม
  • Pacing ตอนต้นเกมแอบช้าไปหน่อยพึ่งเน้นต่อสู้ในช่วงหลัง
  • เล่นเพลินๆ เดินไปเดินมาปล้นทุดอย่างที่มองเห็น
  • ของแต่งตัวเยอะหลากหลายใช้ได้  ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบธีมแนวผู้ดีอังกฤาก็ยังสนุกกับการแต่งตัวได้
  • ระบบเยอะ มาใหม่เรื่อยๆ แต่จะไปหยุดช่วงกลางเกมแล้วไม่ค่อยมีอีกเลย
  • Action แปลกใหม่มันส์สะใจ แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีอะไรให้สู้
  • แนะนำให้เล่นโหมด Hard ไม่งั้นง่ายเกิน
  • Interact กับนักเรียนคนอื่นไม่ค่อยได้นอกจากเควสทำให้ความมีชีวิตชีวาของเกมลดลง
  • จุดอ่อนที่หนักสุดของเกมนี้คือ NPC ดูแบนๆ แยกดีเลวชัดเจน บทสนทนาของเควสย่อยไม่สามารถตรึงเราให้นั่งอ่านได้ (ตั้งแต่เล่นมาชอบเควสเดียวนอกนั้นแทบไม่ได้ฟังมันคุยกันเลยกด skip ตลอด)
  • นอกจากเลือกบ้านแล้วเหมือนตัวละครเราจะตัดสินใจเรื่องอื่นๆ ไม่ได้เลย เนื้อเรื่องเป็นเส้นตรงน่าจะไม่มีแยก
  • การยังคับตอน combat มีปัญหากับการ lock target ไม่สามารถเลือกศัตรูที่ต้องการตีได้โดยง่าย ทำให้ต่อคอมโบยาก
  • หลังๆ ค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะของที่เจอเริ่มระดับต่ำกว่าของที่มี เลยเอาไปขายได้เฉยๆ เป็นกองขยะ
  • ยิ่งฟาร์มตัวเรายิ่งโกง เกมยิ่งน่าเบื่อ

Score: 8/10, feels like: 9 > 7 (ยิ่งเล่นไปไกลคะแนนยิ่งลด)

คุณภาพเนื้อหาคุ้มค่ากับราคาที่มีจุดอ่อนในเรื่องตัวละครและ content หมดในครึ่งหลัง แฟนแฮรี่ควรซื้อ ส่วนคนที่ชอบเกมเน้นเล่นเพลินๆ หน่อยก็สามารถหาซื้อมาเล่นได้

Mini Review [ศึกจอมมหาเวทย์เบรกแตก : Squad Play, รีบเล่นรีบเลิก]

ศึกมหาเวทย์เบรคแตก (spell break) คือเกม pubg ที่เปลี่ยนปืนเป็นพลังเวทย์ บินยิงพลังใส่กันวิบวับๆ สนุกสนาน



– ในเกม ณ ปัจจุบัน มีเวทย์ให้เลือกหกอย่าง ดิน, น้ำแข็ง, ลม , ไฟ, สายฟ้า และ พิษ เลือกใส่ได้สองมือ มือหลักมีบัฟเสริมตามเวล และเวทย์สามารถผสมผสานพลังกันได้เช่น ไฟ + พายุ = พายุไฟ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจพอสมควร

– ของทุกอย่างมี rarity สามารถ upgrade โดยเก็บของที่ดีกว่าได้ (ก็เหมือนเกราะใน pubg นั่นแหละ)

– มีระบบ custom ความสามารถพิเศษเล็กน้อยผ่าน กาย, จิต, วิญญาณ สามารถอัพเวลในเกมด้วยการอ่าน scroll

– game play เหมือนกับการเล่นตบยุง โดยที่ยุงก็ไล่ตบเราเหมือนกัน การเล็งเวทย์ให้โดนค่อนข้างยาก และ mobility ตัวละครเกมนี้สูงมากๆ

– ถ้ามีเวทย์สายระยะใกล้หรือถือค้อนไล่ทุบหัวจอมเวทย์ที่ขยันบินได้จะชอบมาก บินกันเก่งเหลือเกินไอ้สัส

– เกมฟรี หาตังค์โดย micro transaction แต่ยังไม่ค่อยมีอะไรขายเท่าไหร่

– ส่วนตัวไม่ชอบเกมแนววิ่งโหดกระโดดยิง เวลาเล่นเกมนี้เลยไม่ได้อินมากเท่าไหร่

– Solo, duo ยังล๊อคอยู่แล้วไม่บอกว่าจะปลดล๊อคยังไง อันนี้เคืองอยากเล่นคนเดียวเพราะไม่มีใครคบ

– ตัวละครในเกมดูทื่อๆ ยังไงไม่รู้


สรุป: 7 /10 เกมฟรีเล่นแก้เซ็ง แต่ pubg สนุกกว่า

Lessons learned : Dark Souls 2 Iron passage การออกแบบด่านกับการลงโทษจากขุมนรก

ถ้าจะให้พูดถึงเกมที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากของยุคนี้คงไม่พ้นเกมซีรี่ย์ dark soul จากค่าย FromSoftware ที่โด่งดังจนมีคนกล่าวขานมากมาย ในความโด่งดังก็ยังมีเกม dark souls 2 ที่หลายคนลงความเห็นว่าเป็นเกมที่แย่ที่สุดในซีรี่ย์ ถึงแม้ว่าตัวเกมเองนั้นห่างไกลจากคำว่าเกมที่ห่วยขนาดไหน แต่สิ่งที่ยากจะให้อภัยได้ที่ผู้เขียนจะมาสนทนาในวันนี้คือ section หนึ่งใน DLC Crown of the old iron king ที่เรียกว่า Iron passage

challenge หรือความท้าทาย เป็นหนึ่งในองค์ประกอบพื้นฐานของเกม การก้าวผ่านความท้าทายของผู้เล่นจะเกิดความสนุกซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกม โดยการออกแบบความยากนั้นต้องคำนึงถึงความสามารถของผู้เล่น ถ้าเกมง่ายไปจะไม่ท้าทายและน่าเบื่อ ถ้ายากไปจะทำให้ผู้เล่นหงุดหงิดและเลิกเล่นไปในที่สุด โดยเฉพาะความยากแบบ artificial difficulty หรือ ความยากเทียม คือการทำเกมให้ยากโดยการใช้วิธีง่ายๆ ขาดความประณีตในการออกแบบ มักมีเจตนาให้ผู้เล่นแพ้หรือทำให้รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม โดยที่ความสามารถของผู้เล่นอาจส่งผลต่อความสำเร็จในการเอาชนะน้อยหรือไม่มีเลย เช่น การเพิ่ม hp ของ monster หรือการออกแบบการควบคุมตัวละครให้ยากกว่าปกติ เป็นต้น

หลังจากผู้เขียนได้พยายามอย่างหนักจนสามารถสามารถผ่าน iron passage ไปได้ ต้องมานั่งสงบสติอารมณ์ให้ใจเย็นเนื่องจากรู้สึกหงุดหงิดทั้งที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานหลายปี ผู้เขียนได้ตั้งสติรวบรวมความคิดและได้ลอง search หาข้อมูลตามกระทู้ต่างๆ เพิ่มเติมพบว่าไม่ได้มีแค่ผู้เขียนคนเดียวที่รู้สึกว่าด่านนี้เป็นด่านที่ยากมากที่สุด ถ้าผู้เล่นมีความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังชดใช้กรรมในขุมนรกตอนเล่นเกมคุณ นั่นหมายความว่าต้องมีอะไรผิดพลาดในการออกแบบแน่ๆ ทำไมการออกแบบด่านนี้จึงเป็นประวัติศาสตร์ที่ด่างพร้อยที่สุดของ FromSoftware ทำไมด่านนี้ถึงแย่กว่าส่วนอื่นๆ ผู้เขียนจึงขอพยายามวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมทางการออกแบบให้ผู้อ่านได้เข้าใจดังนี้

Map layout

ก่อนจะเริ่มระบายอารมณ์ เอ้ย วิเคราะห์ด่าน iron passage เราควรมาดูโครงสร้างแผนที่หลักๆ ของด่านนี้เพื่อความเข้าใจกันก่อนดีกว่าครับ

ขอขอบคุณภาพ layout จาก http://www.kouryakubo.com

Iron passage เป็น optional area ที่จะพาเราไปสู้กับบอส DLC ชื่อว่า Blue smelter demon โดยทางที่จะไปหาบอสมีสองทาง ทั้งสองทางจะมองเห็นกันได้ซึ่งทางขวาจะสูงกว่าสามารถกระโดดลงมาได้แต่ทางซ้ายไม่สามารถเดินขึ้นทางขวาได้ แต่ละทางจะแบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ ทางขวามีสองส่วน ทางซ้ายสามส่วน ทุกครั้งที่ไปส่วนใหม่จะเดินย้อนกลับไม่ได้

ทางขวาเป็นทางไว แต่จะไปได้ต้องสับสวิตช์ พอสับแล้วประตูจะเปิดออกในช่วงเวลาสั้นๆ รูปปั้นกิ้งก่าข้างหลังจะยิงไฟพร้อมกับเปิดประตูห้องขังจะเปิดปล่อยฝูง Ashen warrior มายืนตียืนขวาง ถ้าผู้เล่นเดินติดหรือโดนโจมตีซักสองครั้งจะไปไม่ทันประตูปิด มิหนำซ้ำถ้าไปติดอยู่หน้าประตูจะโดนลูกไฟระเบิดและโดน Ashen warrior รุมสกรัมจนตาย ส่วนลูกไฟที่ยิงมาถ้าโดนตัวทหารจะระเบิดและบังจอทำให้มองไม่เห็นทาง ทำให้มีโอกาสวิ่งติดตัวทหารมากขึ้นไปอีก ถ้าไปไม่ทันประตูจะปิดจนกว่าจะกลับ bonfire แล้วไปเริ่มกระบวนการใหม่ เท่าที่ตายซ้ำๆ วิธี่ดีที่สุดถ้าต้องการผ่านแบบไวๆ คือวิ่งซ้ายแล้วสลับขวากลางทางโอกาสรอด 70% ที่เหลือคือดวงความสามารถช่วยไม่ได้ ถ้ารอดไปได้ผู้เล่นจะเจอแบบนี้อีกประตู จนเราอาจจะเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร ทำไมเราถึงต้องมานั่งทนทุกข์ทรมานกับขุมนรกแห่งนี้

เส้นทางที่คุณต้องผ่านเพื่อจะเข้าห้องบอส

ทางซ้ายทางยาว ไม่มีกับดักไฟนรกเหมือนทางซ้าย จะเน้นการต่อสู้ในแต่ละห้อง ถ้าไม่หัวร้อนก็เข้าห้องบอสได้ไม่ยากโดยมีสามห้องย่อย แต่ละห้องย่อยจะมีทหาร Ashen warrior สองสามตัว และห้องสุดท้ายมี Iron warrior หนึ่งตัว แต่ด้วยความตั้งใจของนักออกแบบที่ไม่อยากให้เราวิ่งเข้าห้องบอสโดยง่าย ทุกห้องจะมีชั้นสองที่เดินไปไม่ได้ (ต้องเข้าจากทางขวา) บนนั้นจะมี Possessed armor คอยยิงธนูใส่ พร้อม astrologist ที่พร้อมสวดเวทย์ walk of peace ทำให้เราวิ่งไม่ได้ และยังไม่พอยังมี fume sorcerer ที่คอยยิงเวทย์สายฟ้าถล่มเรา ทำให้ต้องเดินหลบหลีกและต่อสู้อย่างยากลำบาก ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จะนำมาซึ่งความตายของผู้เล่น

Possessed armor และ astrologist จะคอยก่อกวนเราจากที่สูง

ทั้งหมดทั้งมวลวิธีเล่นที่ผู้เขียนแนะนำเพราะหัวร้อนน้อยสุดคือการเลือกทางขวาแล้วค่อยๆ ทยอยฆ่าศัตรูทุกตัวจนหมด spawn แล้วจึงค่อยเข้าไปสู้กับ blue smelter demon ซึ่งดีกว่าหากเราสู้แล้วแพ้ต้องกลับมาทำซ้ำ เพิ่มโอกาสความผิดพลาดและความหัวร้อน

ปัญหาการออกแบบ

ปัญหาของทางขวาคือการที่การผ่านด่านรู้เหมือนเป็นการทอยลูกเต๋ามากกว่าการเรียนรู้สังเกตุและใช้ความสามารถในการผ่านด่าน ซึ่งบังคับให้เราต้องวิ่งวัดใจสองรอบถ้าวิ่งพลาดแทบจะไม่มีโอกาสรอดเลย ทางซ้ายไม่ยากมากแต่ก็สร้างความน่ารำคาญทุกครั้งที่เดินทางผ่านแถมยังกึ่งบังคับให้สู้ด้วยเวทย์มนต์ที่ทำให้วิ่งไม่ได้พร้อมศัตรูที่พร้อมถล่มเราจากที่สูง ไม่ว่าเราจะเลือกทางไหนเราต้องทำซ้ำทุกครั้งที่กลับมาเล่นใหม่ แม้ว่าเราจะสามารถเอาชนะ challenge นี้ไปจึงทำให้ผู้เล่นเกิดความน่าเบื่อหน่าย ส่วนบอสของด่านอย่าง Blue smelter demon ที่หน้าตาเหมือน smelter demon ธรรมดาแต่ดูจะมีเลือดและพลังโจมตีมากเป็นเท่าตัว (ยังไม่นับ aura ที่จะทำดาเมจ DoT รอบตัวมัน) ทางเดียวที่จะทำให้ง่ายคือการฆ่าพวกทหารที่อยู่ในห้องขังให้หมดและค่อยเปิดประตู หรือฆ่าจนมันหยุด spawn พอไม่มีมอนสเตอร์เกิดแล้วจึงค่อยเข้าห้องบอส

บางครั้งไฟจะมาระเบิดแถวหน้าจอจนเรามองอะไรไม่เห็น

วิธีแก้ไข

หาทางทำให้ความทรมานลดลงหลังถ้าผ่านไปแล้วแต่ต้องกลับมาเล่นซ้ำอีก เช่น

  • อาจมีสวิชต์หลังจิ้งเหลนพ่นไฟพอกดแล้วอาจจะเปิดประตูและหยุดพ่นไฟถาวร
  • เอา astrologist หรือสกิลอย่าง walk of peace ออก หรือเป็นมอนสเตอร์ที่ไม่มีการ respawn ฆ่าแล้วตายไปเลย
  • มี shortcut ให้ปลดล็อคถ้าถึงหน้าห้องบอสแล้ว
  • ไม่ต้องทำอะไรแบบนี้ตั้งแต่แรก

บทเรียนที่ได้จากด่าน iron passage

บทเรียนที่ได้อย่างแรกคือการที่ผู้พัฒนาพยายามเพิ่มความยาวของด่านโดยการทำให้เกมยากกว่าปกตินับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเดินทางไหนไม่ว่าซ้ายหรือขวาก็จะมีแต่ความรู้สึกเหมือนโดนกลั่นแกล้ง มีการบังคับการเล่นในแต่ละเส้นทางผสมกับการออกแบบที่แย่ทำให้ความหลากหลายของสายการเล่นในเกมถูกริบออกไปจนเหลือไม่กี่ทาง กว่าจะผ่านมาถึงก็มีแต่ความเหนื่อยล้า พอเข้าห้องบอสก็เจอบอสที่หน้าตาเหมือนเดิมมีท่าโจมตีเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนจังหวะการง้างและระยะโจมตีแถมกับเลือดและพลังโจมตีที่มากกว่าเป็นเท่าตัวทำให้ผู้เล่นพลาดและตายเอาง่ายๆ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็น artificial difficulty แทนที่จะสร้างความสนุกหรือ challenge ดีๆ ให้แก่ผู้เล่น ความผิดพลาดเล็กน้อยของผู้เล่นกลับโดนลงโทษด้วยความตายและหลายครั้งความผิดพลาดก็เกิดจากสิ่งที่ผู้เล่นควบคุมไม่ได้จึงทำให้การกลับมาเล่นใหม่กลายเป็นเรื่องตลก สุดท้ายก็เปลี่ยนการเล่นเกมให้เป็นการชดใช้กรรมในนรก

reference