ถ้าจะให้พูดถึงเกมที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากของยุคนี้คงไม่พ้นเกมซีรี่ย์ dark soul จากค่าย FromSoftware ที่โด่งดังจนมีคนกล่าวขานมากมาย ในความโด่งดังก็ยังมีเกม dark souls 2 ที่หลายคนลงความเห็นว่าเป็นเกมที่แย่ที่สุดในซีรี่ย์ ถึงแม้ว่าตัวเกมเองนั้นห่างไกลจากคำว่าเกมที่ห่วยขนาดไหน แต่สิ่งที่ยากจะให้อภัยได้ที่ผู้เขียนจะมาสนทนาในวันนี้คือ section หนึ่งใน DLC Crown of the old iron king ที่เรียกว่า Iron passage
challenge หรือความท้าทาย เป็นหนึ่งในองค์ประกอบพื้นฐานของเกม การก้าวผ่านความท้าทายของผู้เล่นจะเกิดความสนุกซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกม โดยการออกแบบความยากนั้นต้องคำนึงถึงความสามารถของผู้เล่น ถ้าเกมง่ายไปจะไม่ท้าทายและน่าเบื่อ ถ้ายากไปจะทำให้ผู้เล่นหงุดหงิดและเลิกเล่นไปในที่สุด โดยเฉพาะความยากแบบ artificial difficulty หรือ ความยากเทียม คือการทำเกมให้ยากโดยการใช้วิธีง่ายๆ ขาดความประณีตในการออกแบบ มักมีเจตนาให้ผู้เล่นแพ้หรือทำให้รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม โดยที่ความสามารถของผู้เล่นอาจส่งผลต่อความสำเร็จในการเอาชนะน้อยหรือไม่มีเลย เช่น การเพิ่ม hp ของ monster หรือการออกแบบการควบคุมตัวละครให้ยากกว่าปกติ เป็นต้น
หลังจากผู้เขียนได้พยายามอย่างหนักจนสามารถสามารถผ่าน iron passage ไปได้ ต้องมานั่งสงบสติอารมณ์ให้ใจเย็นเนื่องจากรู้สึกหงุดหงิดทั้งที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานหลายปี ผู้เขียนได้ตั้งสติรวบรวมความคิดและได้ลอง search หาข้อมูลตามกระทู้ต่างๆ เพิ่มเติมพบว่าไม่ได้มีแค่ผู้เขียนคนเดียวที่รู้สึกว่าด่านนี้เป็นด่านที่ยากมากที่สุด ถ้าผู้เล่นมีความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังชดใช้กรรมในขุมนรกตอนเล่นเกมคุณ นั่นหมายความว่าต้องมีอะไรผิดพลาดในการออกแบบแน่ๆ ทำไมการออกแบบด่านนี้จึงเป็นประวัติศาสตร์ที่ด่างพร้อยที่สุดของ FromSoftware ทำไมด่านนี้ถึงแย่กว่าส่วนอื่นๆ ผู้เขียนจึงขอพยายามวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมทางการออกแบบให้ผู้อ่านได้เข้าใจดังนี้
Map layout
ก่อนจะเริ่มระบายอารมณ์ เอ้ย วิเคราะห์ด่าน iron passage เราควรมาดูโครงสร้างแผนที่หลักๆ ของด่านนี้เพื่อความเข้าใจกันก่อนดีกว่าครับ
Iron passage เป็น optional area ที่จะพาเราไปสู้กับบอส DLC ชื่อว่า Blue smelter demon โดยทางที่จะไปหาบอสมีสองทาง ทั้งสองทางจะมองเห็นกันได้ซึ่งทางขวาจะสูงกว่าสามารถกระโดดลงมาได้แต่ทางซ้ายไม่สามารถเดินขึ้นทางขวาได้ แต่ละทางจะแบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ ทางขวามีสองส่วน ทางซ้ายสามส่วน ทุกครั้งที่ไปส่วนใหม่จะเดินย้อนกลับไม่ได้
ทางขวาเป็นทางไว แต่จะไปได้ต้องสับสวิตช์ พอสับแล้วประตูจะเปิดออกในช่วงเวลาสั้นๆ รูปปั้นกิ้งก่าข้างหลังจะยิงไฟพร้อมกับเปิดประตูห้องขังจะเปิดปล่อยฝูง Ashen warrior มายืนตียืนขวาง ถ้าผู้เล่นเดินติดหรือโดนโจมตีซักสองครั้งจะไปไม่ทันประตูปิด มิหนำซ้ำถ้าไปติดอยู่หน้าประตูจะโดนลูกไฟระเบิดและโดน Ashen warrior รุมสกรัมจนตาย ส่วนลูกไฟที่ยิงมาถ้าโดนตัวทหารจะระเบิดและบังจอทำให้มองไม่เห็นทาง ทำให้มีโอกาสวิ่งติดตัวทหารมากขึ้นไปอีก ถ้าไปไม่ทันประตูจะปิดจนกว่าจะกลับ bonfire แล้วไปเริ่มกระบวนการใหม่ เท่าที่ตายซ้ำๆ วิธี่ดีที่สุดถ้าต้องการผ่านแบบไวๆ คือวิ่งซ้ายแล้วสลับขวากลางทางโอกาสรอด 70% ที่เหลือคือดวงความสามารถช่วยไม่ได้ ถ้ารอดไปได้ผู้เล่นจะเจอแบบนี้อีกประตู จนเราอาจจะเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร ทำไมเราถึงต้องมานั่งทนทุกข์ทรมานกับขุมนรกแห่งนี้
เส้นทางที่คุณต้องผ่านเพื่อจะเข้าห้องบอส
ทางซ้ายทางยาว ไม่มีกับดักไฟนรกเหมือนทางซ้าย จะเน้นการต่อสู้ในแต่ละห้อง ถ้าไม่หัวร้อนก็เข้าห้องบอสได้ไม่ยากโดยมีสามห้องย่อย แต่ละห้องย่อยจะมีทหาร Ashen warrior สองสามตัว และห้องสุดท้ายมี Iron warrior หนึ่งตัว แต่ด้วยความตั้งใจของนักออกแบบที่ไม่อยากให้เราวิ่งเข้าห้องบอสโดยง่าย ทุกห้องจะมีชั้นสองที่เดินไปไม่ได้ (ต้องเข้าจากทางขวา) บนนั้นจะมี Possessed armor คอยยิงธนูใส่ พร้อม astrologist ที่พร้อมสวดเวทย์ walk of peace ทำให้เราวิ่งไม่ได้ และยังไม่พอยังมี fume sorcerer ที่คอยยิงเวทย์สายฟ้าถล่มเรา ทำให้ต้องเดินหลบหลีกและต่อสู้อย่างยากลำบาก ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จะนำมาซึ่งความตายของผู้เล่น
Possessed armor และ astrologist จะคอยก่อกวนเราจากที่สูง
ทั้งหมดทั้งมวลวิธีเล่นที่ผู้เขียนแนะนำเพราะหัวร้อนน้อยสุดคือการเลือกทางขวาแล้วค่อยๆ ทยอยฆ่าศัตรูทุกตัวจนหมด spawn แล้วจึงค่อยเข้าไปสู้กับ blue smelter demon ซึ่งดีกว่าหากเราสู้แล้วแพ้ต้องกลับมาทำซ้ำ เพิ่มโอกาสความผิดพลาดและความหัวร้อน
ปัญหาการออกแบบ
ปัญหาของทางขวาคือการที่การผ่านด่านรู้เหมือนเป็นการทอยลูกเต๋ามากกว่าการเรียนรู้สังเกตุและใช้ความสามารถในการผ่านด่าน ซึ่งบังคับให้เราต้องวิ่งวัดใจสองรอบถ้าวิ่งพลาดแทบจะไม่มีโอกาสรอดเลย ทางซ้ายไม่ยากมากแต่ก็สร้างความน่ารำคาญทุกครั้งที่เดินทางผ่านแถมยังกึ่งบังคับให้สู้ด้วยเวทย์มนต์ที่ทำให้วิ่งไม่ได้พร้อมศัตรูที่พร้อมถล่มเราจากที่สูง ไม่ว่าเราจะเลือกทางไหนเราต้องทำซ้ำทุกครั้งที่กลับมาเล่นใหม่ แม้ว่าเราจะสามารถเอาชนะ challenge นี้ไปจึงทำให้ผู้เล่นเกิดความน่าเบื่อหน่าย ส่วนบอสของด่านอย่าง Blue smelter demon ที่หน้าตาเหมือน smelter demon ธรรมดาแต่ดูจะมีเลือดและพลังโจมตีมากเป็นเท่าตัว (ยังไม่นับ aura ที่จะทำดาเมจ DoT รอบตัวมัน) ทางเดียวที่จะทำให้ง่ายคือการฆ่าพวกทหารที่อยู่ในห้องขังให้หมดและค่อยเปิดประตู หรือฆ่าจนมันหยุด spawn พอไม่มีมอนสเตอร์เกิดแล้วจึงค่อยเข้าห้องบอส
บางครั้งไฟจะมาระเบิดแถวหน้าจอจนเรามองอะไรไม่เห็น
วิธีแก้ไข
หาทางทำให้ความทรมานลดลงหลังถ้าผ่านไปแล้วแต่ต้องกลับมาเล่นซ้ำอีก เช่น
อาจมีสวิชต์หลังจิ้งเหลนพ่นไฟพอกดแล้วอาจจะเปิดประตูและหยุดพ่นไฟถาวร เอา astrologist หรือสกิลอย่าง walk of peace ออก หรือเป็นมอนสเตอร์ที่ไม่มีการ respawn ฆ่าแล้วตายไปเลย มี shortcut ให้ปลดล็อคถ้าถึงหน้าห้องบอสแล้ว ไม่ต้องทำอะไรแบบนี้ตั้งแต่แรก
บทเรียนที่ได้จากด่าน iron passage
บทเรียนที่ได้อย่างแรกคือการที่ผู้พัฒนาพยายามเพิ่มความยาวของด่านโดยการทำให้เกมยากกว่าปกตินับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเดินทางไหนไม่ว่าซ้ายหรือขวาก็จะมีแต่ความรู้สึกเหมือนโดนกลั่นแกล้ง มีการบังคับการเล่นในแต่ละเส้นทางผสมกับการออกแบบที่แย่ทำให้ความหลากหลายของสายการเล่นในเกมถูกริบออกไปจนเหลือไม่กี่ทาง กว่าจะผ่านมาถึงก็มีแต่ความเหนื่อยล้า พอเข้าห้องบอสก็เจอบอสที่หน้าตาเหมือนเดิมมีท่าโจมตีเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนจังหวะการง้างและระยะโจมตีแถมกับเลือดและพลังโจมตีที่มากกว่าเป็นเท่าตัวทำให้ผู้เล่นพลาดและตายเอาง่ายๆ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็น artificial difficulty แทนที่จะสร้างความสนุกหรือ challenge ดีๆ ให้แก่ผู้เล่น ความผิดพลาดเล็กน้อยของผู้เล่นกลับโดนลงโทษด้วยความตายและหลายครั้งความผิดพลาดก็เกิดจากสิ่งที่ผู้เล่นควบคุมไม่ได้จึงทำให้การกลับมาเล่นใหม่กลายเป็นเรื่องตลก สุดท้ายก็เปลี่ยนการเล่นเกมให้เป็นการชดใช้กรรมในนรก
reference